fbpx

อ่อนเพลียเรื้อรัง - Arun Health Garden

เหนื่อย เพลีย ไม่มีแรง (Chronic Fatigue Syndrome : CFS)

ผู้ที่มีอาการเหนื่อย เพลีย ไปโรงพยาบาลตรวจเชคสุขภาพก็ไม่เจอความผิดปกติ อาจจะเนื่องจากสาเหตุของกลุ่มอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง

CFS คืออะไร

CFS คือกลุ่มอาการอ่อนเพลียเรื้อรังจนไม่สามารถปฏิบัติกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติอาการอ่อนเพลีย หมดแรง หมดพลังในการดำเนินชีวิตนี้ อาจจะค่อยๆมีอาการ หรือเกิดขึ้นทันทีทันใด ก็ได้

สาเหตุ

ทางการแพทย์ไม่พบสาเหตุแน่ชัด สาเหตุที่อาจจะเกี่ยวเนื่อง เช่น เกิดขึ้นหลังการติดเชื้อเช่นเชื้อไวรัส หรือแบคทีเรีย ความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย (Immune System) ระบบประสาท ต่อมไร้ท่อ พันธุกรรมอาการ การวินิจฉัยว่าเป็น CSF คือมีอาการอ่อนเพลีย หรือหมดแรง นอนพักก็ไม่ดีขึ้น นานอย่างน้อย 6 เดือน ร่วมกับอาการอื่นๆอย่างน้อย 4 อาการดังต่อไปนี้

  • หลงลืมง่าย ความจำลดลง ขาดสมาธิในการทำงาน
  • เจ็บคอ
  • เป็นไข้ ไม่สบาย
  • ต่อมน้ำเหลืองที่บริเวณลำคอ รักแร้ มีการกดเจ็บ
  • ปวดตามกล้ามเนื้อ
  • ปวดตามข้อ โดยไม่มีอาการของการอักเสบของข้อ
  • ปวดศีรษะ ซึ่งแตกต่างไปจากอาการปวดศีรษะที่เคยเป็นมาก่อน
  • ไม่รู้สึกสดชื่นหลังตื่นนอนตอนเช้า แม้จะนอนหลับดี หรือ อาจจะเนื่องจากนอนหลับไม่สนิท
  • รู้สึกเพลีย หมดแรง นานกว่าปกติ หลังมีกิจกรรมทางกาย หรือออกกำลังกาย อาการอื่นๆที่พบได้ เช่น มึนศีรษะ เวียนศีรษะ ซึมเศร้า

การวินิจฉัย

CFS วินิจฉัยจากอาการ แต่แพทย์จะสั่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุที่เกี่ยวเนื่อง เช่นการตรวจเลือด ปัสสาวะ เอกซเรย์ เป็นต้น สำหรับการรักษาแบบการแพทย์ผสมผสานอาจจะต้องมีการตรวจพิเศษเพิ่มเติมในเชิงลึก เช่นตรวจการแพ้อาหารแบบแฝง ตรวจสารโลหะหนัก ตรวจหน้าที่การทำงานของระบบทางเดินอาหาร (Functional test) เป็นต้น

การรักษาโดยทั่วไป

การรักษาโดยทั่วไปจะรักษาตามอาการเพื่อให้ผู้ป่วยกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น เช่น ให้ยาระงับอาการปวด หรือช่วยให้หลับดีขึ้นการรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ และค่อยๆเริ่มออกกำลังกายที่ละน้อย ไม่ออกหนักหรือหักโหม แต่ใช้หลักค่อยๆเพิ่มเวลาในการออกกำลังกายหรือออกกำลังกายแบบแผนตะวันออก เช่น ไท้เก๊ก ชีกง โยคะจะช่วยให้อาการเหนื่อยดีขึ้น

การรักษาแบบการแพทย์ผสมผสาน

การแพทย์ผสมผสานจะเน้นการกระตุ้นให้ร่างกายกลับสู่สมดุลและเชื่อว่าหลังจากกลับสู่ภาวะสมดุลแล้วร่างกายจะค่อยๆเยียวยาตนเองจนกลับสู่สภาพปกติในที่สุด การรักษาดังกล่าวจะเป็นการรักษาเฉพาะราย ตามการวินิจฉัย

  1. ทำกายภาพบำบัดด้วยเครื่องมือทางไฟฟ้า จัดโปรแกรมการออกกำลังกายเฉพาะบุคคล
  2. การนวดเพื่อการรักษา
  3. ฝังเข็ม ลดปวด ปรับสมดุลย์
  4. การบำบัดด้วยการให้วิตามินทางน้ำเกลือ /คีเลชั่น
  5. การปรับสมดุลฮอร์โมน
  6. การบำบัดด้วยออกซิเจนแรงดันสูง
  7. Inner Balance Training ฝึกลดความเครียด

หมวดหมู่

คลังเก็บ